บทความ The Wave Principle ครั้งแรกในโลก (แปลไทย)

บทความ The Wave Principle ครั้งแรกในโลก (แปลไทย)

บทความเรื่อง The Wave Priniciple มีทั้งหมด 12 บท โดยมีการตีพิมพ์ช่วงวันที่ 5 APR 1939 - 2 AUG 1939
 - บทความจากบรรณาธิการ - 

ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา อาร เอ็น เอลเลียต (R.N. Elliott)ได้นำเสนอผลการศึกษาของเขาให้เราพิจารณา อาร เอ็น เอลเลียตได้ค้นพบปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในกิจกรรมของมนุษย์ ปรากฎการณ์นี้สามารถสังเกตได้ง่ายในตลาดหุ้น การค้นพบนี้เรียกได้ว่าเป็นศิลปะในการหาความหมายการเคลื่อนไหวของราคาในตลาดหุ้น เราจึงได้นัดกับเขาเพื่อพูดคุยถึงหลักการที่เขาค้นพบ ซึ่งบทความแรกจะปรากฏในนิตยสาร Financial world

อาร เอ็น เอลเลียต ได้ทำงานหลายปีในละตินอเมริกา เขาทำหน้าที่เป็นนักบัญชีและตำแหน่งอื่นๆในฐานะผู้เชียวชาญทางการรถไฟ ต่อมาในปี ค.ศ. 1927 เขาได้เกษียณที่เมืองลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ในเวลานั้นเขาสนใจตลาดหุ้น เขาศึกษาหลักเศรษฐศาสตร์และ "ระบบ" มากมาย รวมไปถึงแผนภูมิและทฤษฎีการตีความหมายและการคาดการณ์ เช่น "ระดับแนวรับและแนวต้าน (Resistance level)" "ดับเบิ้ลบอทเทิล (Double bottom)" "เฮดแอนด์โชว์เดอร์ (Head and Shoulder)" "เส้นแนวโน้ม (Trend line)" ฯลฯ 

เมื่อศึกษาทฤษฎีเหล่านี้จนชำนาญกลับพบว่า การใช้งานจริงนั้นมีข้อจำกัด อย่างไรก็ตาม เขามีข้อสงสัยเกี่ยวกับความหมายที่เป็นไปได้ของคำว่า "วัฏจักร" ซึ่งใช้ค่อนข้างคลุมเครือในตลาดหุ้น เขาอยากรู้และศึกษาเพิ่มเติม ในปีค.ศ. 1934 เขาได้สังเกตเห็นรูปแบบบางอย่างที่ซ้ำกันซึ่งคล้ายคลึงกันทั้งในการเคลื่อนไหวขนาดใหญ่และขนาดเล็กซึ่งเกิดขึ้นในกราฟตลาดหุ้น สิ่งนี้ส่งผลต่อการค้นพบ และในที่สุดเขาตั้งชื่อจากการค้นพบนี้ว่า “หลักการคลื่น ( The Wave Principle)”

หลังจากการวิเคราะห์และพิจารณาแล้ว เรามั่นใจว่าบทความหัวข้อนี้น่าสนใจและเป็นประโยชน์แก่สมาชิกของเรา ผู้อ่านสามารถพิจารณาถึงประโยชน์ของหลักการที่ อาร เอ็น เอลเลียตค้นพบ เพื่อเป็นพื้นฐานในการคาดการณ์ตลาด เราเชื่อว่าอย่างน้อยก็ได้พิสูจน์และตรวจสอบว่าเป็นไปตามหลักการเศษฐกิจหรือไม่
 -- The Editors

ในช่วงเจ็ดหรือแปดปีที่ผ่านมา ได้มีคนมาติดต่อนิตยสาร Financial magazine และองค์กรที่ปรึกษาการลงทุน โดยอ้างว่ามี "ระบบ" ที่สามารถคาดการณ์การเคลื่อนไหวของราคาในได้อย่างแม่นยำ บางชิ้นงานดูเหมือนว่าจะสามารถใช้ได้ผลดีในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น จึงไม่สามารถนำมาใช้งานได้จริง THE FINANCIAL WORLD พิจารณาผลงานทั้งหมดนี้ด้วยความกังขาอย่างยิ่ง แต่หลังจากตรวจสอบ ผลงานของนายอาร เอ็น เอลเลียต (R.N Elliott) ที่มีชื่อว่า หลักการคลื่น (The Wave Principle) THE FINANCIAL WORLD เชื่อมั่นว่าบทความเรื่องนี้น่าสนใจและเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่าน

  —บรรณาธิการ



ปฐมบท "หลักการของคลื่น"
ตั้งแต่ยุคเริ่มต้น การเกิดจังหวะที่ต่อเนื่องสม่ำเสมอเป็นกฎแห่งการสร้างสรรค์ มนุษย์ค่อย ๆ ศึกษากฎนี้จนสามารถเรียนรู้ถึงอำนาจและ สามารถนำไปใช้ได้อย่างหลากหลายไม่ว่าจะนำไปใช้เพื่อแยกแยะพฤติกรรมของกระแสน้ำ หาสิ่งที่เกิดขึ้นในร่างกาย การเกิดพายุไซโคลน การเกิดกลางวันและกลางคืน แม้กระทั่งชีวิตและความตาย ความต่อเนื่องสม่ำเสมอเรียกว่า “วัฏจักร”

ความสำคัญในอดีต
การค้นพบครั้งยิ่งใหญ่และเรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกที่มีการนำกฎทางวิทยาศาสตร์มาใช้ เกิดขึ้นในสมัยของโคลัมบัสโดย เลโอนาร์โด ดา วินชี (Leonardo da Vinci) เขาได้ศึกษาพฤติกรรมของคลื่น และต่อมาได้มีผู้คนมากมายได้ค้นพบปรากฎการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น: นายฮัลเลย์ (Halley) กับดาวหางของเขา, นายเบล (Bell) กับคลื่นเสียง, นายเอดิสัน (Edison) กับคลื่นไฟฟ้า, นายมาร์โคนี (Marconi) กับคลื่นวิทยุ, และคนอื่น ๆ ด้วยคลื่นจิตวิทยา, คลื่นจักรวาล, โทรทัศน์ ฯลฯ สิ่งหนึ่งที่มีลักษณะเหมือนกันตามที่กล่าวมานี้คือ คลื่นหรือพลังงานมีลักษณะพฤติกรรมเป็นวัฏจักรหรือความสามารถในการทำซ้ำอย่างไม่มีกำหนด พฤติกรรมที่เป็นวัฏจักรนี้มีลักษณะเป็นสองแรง แรงหนึ่งก่อตัวขึ้นและอีกแรงหนึ่งทำลายลง ถ้าหากเปรียบเทียบบุคคลที่เป็นผู้ทำลายในอดีตตามกฎธรรมชาติคงหนีไม่พันฮิตเลอร์ (Hitler) การทำลายล้างของเขาเปรียบเสมือนการเคลื่อนที่ของดวงดาวที่มีการสะสมพลังการทำลายและจะเห็นเด่นชัดเมื่อเวลาที่เหมาะสม เมื่อเกิดการทำลายแล้วถือว่าเป็นการจบวัฏจักร

เนื่องจากปรากฏการณ์ของการทำซ้ำหรือการเกิดซ้ำที่เป็นจังหวะนี้ จึงเป็นไปได้ที่จะนำไปประยุกต์ใช้กับการค้นพบที่ได้กล่าวมาเพื่อศึกษาและเรียนรู้ การโคจรของตลาดหุ้นไม่ว่าจะเป็นตลาดหมีหรือตลาดกระทิงก็อยู่ภายใต้กฎธรรมชาติเดียวกัน เมื่อประมาณ 50 ปีที่แล้ว ชาร์ลส์ ดาว (Charles Dow) ได้สังเกตการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในตลาดหุ้น อย่างช้าๆ จนสามารถสร้างทฤษฎีดาว (Dow Theory) ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันว่ามีความสำคัญในการคาดการณ์เป็นพิเศษ ตั้งแต่ผู้เขียนได้เริ่มศึกษาทฤษฎีของดาวได้มีการจัดเก็บข้อมูลการเคลื่อนไหวในตลาด และข้อมูลนั้นได้มีจำนวนทวีคูณขึ้นเป็นอย่างมาก และสิ่งที่สำคัญที่สุดได้มีการค้นพบวิธีการคาดการณ์ในรูปแบบใหม่จากพฤติกรรมบางอย่าง

จากการที่ผู้เขียนป่วยจึงทำให้ผู้เขียนได้มีโอกาสศึกษาข้อมูลที่มีอยู่โดยมุ่งเน้นไปที่พฤติกรรมของตลาดหุ้น การเปลี่ยนแปลงของราคาอย่างรุนแรง ไร้เหตุผล และดูเหมือนจะไม่สอดคล้องกันในแต่ละปี เดือนต่อเดือน หรือวันต่อวัน ค่อยๆ กลับเชื่อมโยงเข้ากันเป็นจังหวะคลื่นที่เป็นไปตามกฎ รูปแบบนี้ดูเหมือนจะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยความรู้เกี่ยวกับกฎหรือปรากฏการณ์นี้ (ซึ่งผู้เขียนเรียกว่าหลักการคลื่น (Wave Principle)) ซึ่งเป็นไปได้ที่จะวัดและคาดการณ์แนวโน้มและขนาดของคลื่น (คลื่นขนาดเล็ก ขนาดปานกลาง ขนาดใหญ่ และแม้กระทั่งการเคลื่อนไหวในระดับที่ใหญ่กว่า) ที่เกิดขึ้นระหว่างการเกิดวัฏจักร


ปรากฏการณ์นี้ได้เกิดขึ้นในรูปที่ 1 ซึ่งเป็นรูปแบบคลื่นเต็มรูปแบบหรือเฟสก้าวหน้า (Progressive Phase) ของวัฏจักรอันประกอบไปด้วย 5 คลื่น: 3 คลื่นเคลื่อนไปข้างหน้า และ 2 คลื่นเคลื่อนย้อนกลับ โดยมีรายละเอียดดังนี้ คลื่น 1  คลื่น 3 และ คลื่น 5 จะเคลื่อนที่ไปในทิศทางของแนวโน้มหลัก คลื่น 2 เป็นคลื่นปรับของคลื่น 1 และคลื่น 4 เป็นคลื่นปรับของคลื่น 3 โดยปกติแล้วการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าของทั้งสามคลื่นจะเคลื่อนไหวอยู่ในแนวระนาบขนาน ซึ่งรูปแบบนี้ก็สามารถเกิดขึ้นได้กับคลื่น 2 และ คลื่น 4 ได้เช่นเดียวกัน


ในแต่ล่ะคลื่น Primary ทั้งสามคลื่นที่รวมกันเป็นการเคลื่อนไหวที่สมบูรณ์จะสามารถแบ่งออกเป็นห้าคลื่นในระดับที่เล็กกว่าหรือทีเรียกว่าระดับ intermediate รายละเอียดของการแบ่งย่อยนี้แสดงในรูปที่ 2 โปรดสังเกตให้ดีว่ามีคลื่นขนาดเล็กหรือคลื่นระดับ intermediate 5 คลื่นประกอบกันเป็นคลื่น 1 ระดับ Primary, 5 คลื่นระดับ Primary ประกอบกันเป็นคลื่น 3 และ  5 คลื่นระดับ Primary ประกอบกันเป็นคลื่น 5 ถ้าหากมองอีกมุมหนึ่งจะเห็นว่า คลื่น 2 ระดับ Primary ปรับคลื่น1ระดับ Primary อย่างสมบูรณ์ซึ่งภายในคลื่น 1 ประกอบด้วยคลื่น intermediate ห้าคลื่น และ คลื่น 4 จะปรับ 5 คลื่นระดับ intermediate  ที่ประกอบกันเป็นคลื่น 3 ระดับ Primary


คลื่นที่เคลื่อนไปข้างหน้าขนาด Intermediate แต่ละลูกจะถูกแบ่งออกเป็นห้าคลื่นขนาด Minor ดังที่ปรากฎในรูปที่ 3 เมื่อคลื่นลูกที่ห้าของระดับ Minor ซึ่งเป็นส่วนของคลื่นที่ระดับ Intermediate ของระดับคลื่นที่ 5 ระดับ Primary ได้เกิดขึ้นไปแล้ว จึงสามารถเรียกได้ว่าเป็นโครงสร้างที่สมบูรณ์ เมื่อเสร็จสิ้นการเคลื่อนไหวในระดับ Primary จะเกิดพลังการทำลายล้าง โครงสร้างหลักจะเปลี่ยนเป็นแนวโน้มขาลง และเข้าสู่ตลาดหมีระยะยาวก่อนที่ เศษฐกิจ การเมือง และ สังคม จะมีทราบสาเหตุของการเปลี่ยนมุมมองอย่างชัดเจน
== จบบทที่ 1 ==


 688
ผู้เข้าชม

recommend

คลาสเรียน วิเคราะห์และการลงทุนในสินทรัพย์ ที่มีความแม่นยำ และสามารถนำไปใช้ได้จริง โดยทฤษฎีนี้เป็นที่ยอมรับของคนทั้ง โลกว่าเป็นการวิเคราะห์ที่แม่นยำที่สุด และสามารถให้ผล ตอบแทนจากการลงทุน อย่างต่อเนื่อง
19842 ผู้เข้าชม
เหมาะสำหรับผู้ที่พึ่งเริ่มลงทุนในตลาดหุ้น ยังไม่มีความรู้ และ ต้องการศึกษาหาความรู้เพื่อที่จะสามารถเทรดได้เอง
13158 ผู้เข้าชม
สำหรับมือใหม่การใช้ Indicator มาช่วยในการนับคลื่นถือเป็นอีกทางเลือกนึง
2832 ผู้เข้าชม
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์